สาธารณสุขสหรัฐออกคำแนะนำ “อาการแพ้” วัคซีนโควิด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐแนะนำผู้มีอาการแพ้ หลังรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ชะลอการเข้ารับการฉีดครั้งที่สองออกไปก่อน ขณะที่คณะกรรมการอาหารและยาพุ่งเป้าหนึ่งในสารเคมีที่เป็นส่วนผสมหลัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ ( ซีดีซี ) ออกรายงานเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่ากำลังจับตาอย่างใกล้ชิดต่อรายงานยืนยันจากหน่วยงานหลายแห่ง ว่าผู้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค เกิดอาการข้างเคียงหลังเข้ารับการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ว่าผู้ที่มีอาการยังไม่ควรเข้ารับการฉีดครั้งที่สอง แต่ควรเข้ารับการตรวจและรักษาอาการแพ้ที่เกิดขึ้น
 
ทั้งนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ ไม่ว่าจะเป็นการแพ้อาหาร แพ้ขนสัตว์ หรือแพ้สภาพแวดล้อมใดก็ตาม ตลอดจนมีบุคคลในครอบครัวเดียวกันเป็นโรคภูมิแพ้ ยังสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้
 
ขณะที่แถลงการณ์ของคณะกรรมการอาหารและยา ( เอฟดีเอ ) ตั้งสมมุติฐานว่าสารโพลีเอธิลีน ไกลคอล ( Polyethylene glycol ) ซึ่งเป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่มักเป็นส่วนประกอบของยาและวัคซีนหลายชนิด อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการแพ้ แต่ยังไม่มีการลงลึกในรายละเอียดมากนัก ยกเว้นว่ากำลังตรวจสอบรายงานการแพ้วัคซียอย่างน้อย 5 กรณี
 
อนึ่ง สารดังกล่าวผสมอยู่ในวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐ ร่วมกับไบโอเอ็นเทคของเยอรมนี และวัคซีนจากบริษัทโมเดอร์นา ซึ่งเป็นเพียงวัคซีน 2 รายการในเวลานี้ ที่ได้รับการรับรองโดยเอฟดีเอ เพื่อให้ใช้งานเป็นกรณีฉุกเฉินในสหรัฐ และ “ยังไม่เหมาะกับผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี”